โขง-ชี-มูลอุดรฯทวงอีกชดเชยน้ำท่วม20ปีไม่จ่าย

http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=634587&lang=T&cat=&key=

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม นายประภาส โงกสูงเนิน ตัวแทนสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน นำราษฎรจาก ต.นาไหม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี 100 คน ที่ประสบความเดือดร้อนจาก โครงการฝายห้วยหลวง ที่ก่อสร้างเขื่อนและประตูน้ำ ปากน้ำห้วยหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ตามแผนงานโครงการโขง-ชี-มูล จนเกิดน้ำท่วมที่ทำกินมานานกว่า 20 ปี จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับค่าชดเชย ขอเข้าพบนายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ซึ่งผู้ว่าฯส่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมร่วม ในที่ประชุมบนศาลากลาง จ.อุดรธานี

โดยนายประภาส โงกสูงเนิน กล่าวว่า คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน จ.อุดรธานี ละเลยและไม่มีการเร่งรัดติดตามประเมินผลการดำเนินงาน เพราะในช่วง พ.ศ.2552-2553 ช่างรังวัดกรมที่ดิน ได้ทำการรังวัดเพื่อทำแผนที่ และบัญชีรายชื่อเจ้าของที่ดิน หรือ รว.43 ก. ในพื้นที่ อ.บ้านดุง 1,685แปลง 12,000 ไร่ อ.เพ็ญ 172 แปลง 1,500 ไร่ อ.สร้างคอม 200 แปลง แต่การทำงานของคณะกรรมการฯล้าช้า ไม่มีประสิทธิผล ตัวแทนชาวบ้านกล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯเริ่มทำงาน 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ระยะเวลาการทำงานกว่า 2 เดือน น่าจะทำงานแล้วเสร็จไปแล้ว ที่ดินส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่มีการปลูกพืชยืนต้น หรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ

ทั้งนี้เพราะตั้งแต่เริ่มเก็บน้ำ ชาวบ้านก็ไม่สามารถเข้าไปทำกินอยู่แล้ว จึงขอให้ทางจังหวัดพิจารณาสั่งการ ให้คณะกรรมการฯไม่ต้องสำรวจทรัพย์สิน เพื่อพิจารณาค่าเชยส่วนนั้น ให้พิจารณาจ่ายเฉพาะค่าที่ดินเท่านั้น เพื่อจะได้เกิดความรวดเร็ว ขณะที่ตัวแทนคณะกรรมการ ชี้แจงว่า ยอมรับในความล่าช้าในการทำงาน เนื่องจากราคาประเมินที่ดิน ปี 55 เพิ่มขึ้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ซึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี ทั้งหมด2,013 แปลง คณะกรรมการฯของ อ.เพ็ญ ตรวจสอบทรัพย์สินเสร็จสิ้นไปแล้ว 111 แปลง 1,294-3-18 ไร่ โดยยืนยันจะต้องทำตามระเบียบ คือต้องสำรวจทรัพย์สินในทุกแปลง ที่เป็นทรัพย์สินเกิดขึ้นก่อนการสร้างฝาย หากไม่ประสงค์จะรับค่าชดเชยทรัพย์สิน เจ้าของที่ดินต้องมาแสดงความจำนงสละสิทธิ

นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวสรุปว่า ให้เร่งรัดจัดส่งรายงานพื้นที่ชาวบ้าน 111 รายที่รังวัด และสอบสวนเสร็จแล้วให้ผู้รับผิดชอบ พิจารณาการจ่ายชดเชย , เร่งรัดดำเนินการให้ชาวบ้านที่สละสิทธิ ไม่ขอรับค่าชดเชยทรัพย์สิน และส่งให้ผู้รับผิดชอบ พิจารณาการจ่ายชดเชย , ขอรับการสนับสนุนบุคคลากร และงบประมาณ เพื่อเร่งดำเนินการสอบสวนตรวจสอบทรัพย์สิน ที่ยังคงเหลืออยู่โดยเร็ว และให้ทุกหน่วยรายงานผลทุกสัปดาห์ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าชาวบ้าน แต่ออกเป็น 2 แนวความคิดคือ ผู้ที่ต้องการสละสิทธิ ค่าชดเชยทรัพย์สิน ได้รอเพื่อแสดงตัวลงชื่อกับ จนท.หลังจากการประชุม ขณะที่ผู้ไม่ประสงค์สละสิทธิ ต่างเดินออกจากห้องประชุมไปรอที่รถ อาทิ นายหนูพิศ กันหา อายุ 58 ปี ราษฎรบ้านผึ้ง ต.นาไหม ระบุว่า มีที่ดิน 100 ไร่ ตลอดทั้งปีทำได้เพียงนาปรังราวเดือน มค.-กพ. ที่ไม่สละสิทธิ เพราะมีที่ดินปลูกยูคาลิป 10 ไร่ มีบ่อปลาหลายบ่อ และมีร่องน้ำรอบที่นา จะรอรับค่าชดเชยทั้งหมด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s