Tag Archives: ยักยอกทรัพย์

ตร.อุดรฯ ตั้ง 3 ทีมชุดไล่ล่าผู้ต้องหาแหกห้องขัง เผยเมีย 2 คนร่วมวางแผนพาหนี

http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000064987

อุดรธานี – ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ตั้งทีมติดตามจับกุมผู้ต้องหาแหกห้องขัง 3 ชุด พร้อมตั้งกรรมการสอบเอาผิด 2 นายเวรที่ปล่อยปละละเลยหน้าที่ เผยการแหกกรงหนีครั้งนี้ผู้ต้องหามีภรรยา 2 คนมาช่วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายอเนก เงินสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังอยู่ในห้องขัง สภ.เมืองอุดรธานี ใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดลูกกรงเหล็กหลบหนีออกจากห้องขังไปได้นั้น ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ค.) พ.ต.ท.ทวัช นิยมสุข สวป.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ทางผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ตั้งชุดติดตามจับกุม โดยมีตนเป็นหัวหน้าชุด ซึ่งวันนี้ได้เรียกตัว ด.ต.ทองดาว สุนารัตน์ และ ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ง สิบเวรห้องขัง สภ.เมืองอุดรธานี ได้มาชี้แจงรายละเอียดในวันเกิดเหตุ และได้สั่งให้ตำรวจทั้ง 2 นายเขียนรายงานชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบภายในวันนี้เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดหรือไม่

พร้อมกันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตำรวจทั้ง 2 นาย นอกจากนี้แล้ว ตำรวจยังได้จัดชุดสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมตัวนายอเนก ออกติดตาม 3 ชุด โดยประสานงานกับชุดสืบสวนสอบสวนของ สภ.เมืองอุดรธานี และ กก.1 สส.ภ.ภาค 4 อุดรธานี ซึ่งเคยจับกุมตัวนายอเนกมาก่อนหน้านี้

พ.ต.ท.ทวัชกล่าวว่า นายอเนกเป็นผู้ต้องหาที่มีคดีและหมายจับของศาลจังหวัดต่างๆ มากมาย เช่น จังหวัดอุตรดิตถ์ 2 หมายจับ ในข้อหายักยอกทรัพย์ รถยนต์ นอกจากนี้ยังมีคดีติดตัวอีกจำนวนมากโดยเฉพาะในคดียักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์รถยนต์ส่งขายให้ขบวนการในประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และคาดหมายว่านายอเนกคงจะไม่หลบหนีไป สปป.ลาวอย่างแน่นอน

สำหรับการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีพยานเห็นรถยนต์มาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ญฒ 7516 กทม.ซึ่งเป็นรถต้องสงสัย มาเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านนาดี ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี หลายครั้ง ทั้งนี้ คาดหมายว่าคนที่นั่งรถเก๋งไปกับนายอเนกนั้นได้แก่ นางกัญทิมา หรือวนิตย์ พระเกษม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263/4 ซ.บ้านหนองเตาเหล็ก ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นคนพานายอเนกหลบหนีไปหลังจากที่แหกห้องขังออกมาได้แล้ว และมีคนพบเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวมาจอดอยู่ที่บริเวณข้างห้องขัง สภ.เมืองอุดรธานีในเวลาที่เกิดเหตุด้วย สำหรับนางกัญทิมานี้ก็มีหมายเรียกของ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี ในข้อหายักยอกทรัพย์ (รถยนต์) เช่นกัน

สำหรับนายอเนก ผู้ต้องหาแหกห้องขัง ตามแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ามีภรรยาถึง 3 คน คือ 1. นางอุบล เงินสุวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.14 ต.เมืองเพีย คนที่ 2 นางกั้ญทิมา พรเกษม และคนที่ 3 ชื่อเล่นว่ากิ๊ฟ ทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งนางกัญทิมา และนางกิ๊ฟ เป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายว่าจะมีส่วนช่วยเหลือนายอเนกให้สามารถแหกห้องขังในครั้งนี้

เพราะในคืนวันเกิดเหตุนางกิ๊ฟได้เข้าไปเยี่ยมนายอเนกตอนตี 3 และสามารถเข้าไปอยู่ในห้องขังกับนายอเนกได้ด้วย พร้อมกันนี้ก็มีพยานในห้องขังที่ติดข้อหาอื่นได้ยืนเสียงเลื่อยตัดเหล็ก จึงชะโงกขึ้นดูก็เห็นมีคน 2 คนใช้ผ้าคลุมแล้วใช้เลื่อยตัดลูกกรง แต่ปรากฏว่าสิบเวรที่เฝ้ายามอยู่กลับไม่ได้ยินเสียง 

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการติดตามตัวนายอเนกให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถจับตัวนายอเนกได้อย่างแน่นอน

Advertisements

ผู้ต้องหาตุ๋นร้อยล้าน-ตัดลูกกรงแหกห้องขังเมืองอุดรฯ

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek9EQXlNVEV5TXc9PQ%3D%3D&subcatid

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ค. เกิดเหตุคนร้ายหลบหนีจาก ห้องควบคุมผู้ต้องหา(ห้องขัง) ของ สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อ พ.ต.ต.กุศล สิทธิขันแก้ว สารวัตรเวร สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ทองดาว สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ว่านายเอนก เงินสุวรรณ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์รถยนต์ ส่งขายประเทศลาว และฉ้อโกงประชาชน ส่งไปทำงานประเทศอิสราเอล อยู่ระหว่างประกันตัวศาล จ.อุดรธานี แต่ที่ถูกตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ อายัดตัวนำมาฝากขังเพื่อรอส่งได้หลบหนีไป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

พ.ต.อ.สุรินทร์ ชัยชมพู รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒน์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ บริเวณ “ห้องเยี่ยม” ผู้ต้องหาใช้เลื่อยตัดลูกกรงเหล็ก ใกล้กับประตูจากห้องเยี่ยมมาห้องสิบเวร ผู้ต้องหาเลื่อยจนลูกกรงขาด 1 แผล แล้วใช้ไม้งัดให้ลูกกรงถ่างออก เพื่อเอาตัวลอดออกมาจากช่องนั้น โดยเสียงเลื่อยและงัดจะไม่ดังออกไป เพราะถูกกั้นด้วยกระจกทั้งหมด เพื่อป้องกันแอร์ไม่ให้ออกจากห้องสิบเวร  จากนั้นก็เปิดประตูไม้เข้ามาห้องสิบเวร และออกจากห้องสิบเวรหลบหนีไป

ด.ต.ทองดาว สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ยอมรับว่า หลับเวรไปประมาณ 30 นาที โดยขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่คนเดียว ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ง สิบเวรฯออกไปธุระ ช่วงหัวค่ำหลังจากฝนตกอากาศอบอ้าว ผู้ต้องหาที่มาพบญาติบริเวณห้องเยี่ยม ได้ขอนอนอยู่บริเวณห้องเยี่ยม เพื่อรับไอเย็นจากห้องสิบเวร จึงอนุญาตให้นอนอยู่บริเวณนั้น ช่วงประมาณ 04.00 น. ได้เผลอหลับไปช่วงสั้นๆ โดยไม่ได้ออกจากห้องไปที่ไหน มาสังเกตช่วง 05.00 ไม่เห็นผู้ต้องหาที่ห้องเยี่ยม จึงเข้าไปดูพบลูกกรงถูกเลื่อยหนีไปแล้ว

พ.ต.อ.โกวิท ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี เปิดเผยว่า นายเอนก ถูกตำรวจสืบสวนภูธร ภาค 4 จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ขณะนำรถเก๋งที่โจรกรรมและยักยอก มาส่งให้ผู้ซื้อที่ห้างสรรพสินค้า ในตัวเมืองอุดรธานี ตรวจสอบพบถูกออกหมายจับ ในคดียักยอกทรัพย์รถยนต์ ลักทรัพย์รถยนต์ เพื่อนำไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้านกว่า 10 คดี และต่อมามีผู้เสียหายจำนวนมาก เดินทางมาที่ สภ.เมืองอุดรธานี ยืนยันชี้ตัวเป็นคนเดียวกับนายวัชรินทร์ พิมพ์จันทร์ ผู้ต้องหา ฉ้อโกงประชาชนหลอกไปทำงานอิสราเอล มีหมายจับที่กองปราบต้องการตัว มูลค่าความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท

 

“ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นศาล แต่ต้องถูกส่งตัวมาฝากขังไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อรอการมารับตัวของตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. ขณะนี้ได้ตั้งชุดไล่ล่าตัวแล้ว โดยมี พ.ต.ท.ธวัช นิยมสุข สวป.สภ.เมือง อุดรธานี เป็นหัวหน้าชุด เบื้องต้นมีพยานเห็นมีคนขับรถยนต์เก๋งมาสด้า 3 สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดรับนายเอนกฯหน้าสถานีตำรวจ ขณะนี้ได้ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่ง เพื่อป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ”


เด้ง ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี สังเวยพิษยาหวัดซูโดฯ

http://www.thairath.co.th/content/edu/253966

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งให้ย้าย ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ไปช่วยราชการที่กระทรวง ขณะที่ตำรวจเร่งล่า “สมชาย แซ่โค้ว” หลังพบว่าได้หลบหนีเข้าไปอยู่ใน สปป.ลาวแล้ว…

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ถึงความคืบหน้ากรณี “ยาซูโดอีเฟดรีน” สารตั้งต้นผลิตยาเสพติด หายจากโรงพยาบาลอุดรธานี โดยนายสมชาย แซ่โค้ว อายุ 41 ปี เภสัชกรชำนาญการ รพ.อุดรธานี ช่วยราชการ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ยังคงหลบหนีคดี ตามหมายจับของศาล จ.อุดรธานี ในข้อเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ, มีไว้เพื่อจำหน่ายยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท, ยักยอกทรัพย์ ยาแก้หวัด “ซูโดอีเฟดรีน” ที่มีสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดตั้งแต่ปี 53-55 จำนวน 7.2 ล้านเม็ด จาก รพ.ศูนย์อุดรธานี โดยการไม่นำยาที่ตรวจรับเข้าคลังยา และทำหลักฐานเท็จส่งไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ซึ่งคดีนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เดินทางมารับสำนวนการสอบสวนไปแล้ว และเรียกผู้บริหารของโรงพยาบาลฯ ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม

โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 เมษายน นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งให้ย้าย นพ.พิชาต เฉลิมดลยุทธนา ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ไปช่วยราชการที่กระทรวงสาธารณสุขโดยมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทาง สนง.สสจ.อุดรธานี จึงเพิ่งแจ้งให้ทาง ผอ.โรงพยาบาลฯ ทราบ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555 โดย นพ.สมศักดิ์ สุจริตพุทธางกูร รอง ผอ.คนที่ 1 คงจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาราชการแทน นพ.พิชาต ที่ถูกคำสั่งย้าย

“ส่วนกรณีของการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง คงเป็นหน้าที่ของกระทรวง ที่จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ขึ้นมา โดยยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ซึ่งบุคคลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่อยู่ในข่ายคณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งขึ้นมา จะต้องเรียกสอบทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมความพร้อมเรื่องของเอกสาร ไว้ให้ทางดีเอสไอ ที่คาดว่าจะขึ้นมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้” นพ.สัญชัย กล่าว

นพ.สัญชัย กล่าวอีกว่า ส่วนยาแก้หวัด ที่มีส่วนผสม “ซูโดเอฟีดรีน” ได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เรียกเก็บคืนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ที่รับผิดชอบมาเก็บรักษาไว้ และมีคณะกรรมการตรวจสอบ ผู้รับผิดชอบดูแลอย่างเข้มงวด

ด้าน พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์  ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า การติดตามจับกุมตัว นายสมชาย แซ่โค้ว เภสัชกรฯ ที่กำลังหลบหนี ตนมอบหมายให้ชุดสืบสวน ติดตามจับกุมตัว โดยมีชุดสืบสวน ตำรวจภาค 4 สนับสนุนอีกชุด ซึ่งล่าสุดข่าวที่ได้รับรายงานมาทราบว่า นายสมชาย ได้หลบหนีเข้าไปอยู่ใน สปป.ลาว แล้ว โดยทางตำรวจได้ประสานงานไปยังด่านเข้า-ออก ทุกแห่ง ให้คอยจับตาดู หากนายสมชาย ปรากฏตัวให้ทำการจับกุมตัวได้ทันที.