Tag Archives: ลักทรัพย์

ลักทรัพย์ที่ตึก 96 ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01EVTBNRE14TURVMU5RPT0=&sectionid=TURNek5RPT0=&day=TWpBeE1pMHdOUzB6TVE9PQ==

วันที่ 30 พ.ค.,สภ. เมืองอุดรธานี ตรวจสอบเหตุลักทรัพย์ที่ตึก 96ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หน้าร.พ.ศูนย์อุดรธานี ถ.เพาะนิยม ต.หมากแข้ง อ.เมือง ที่เกิดเหตุชั้น 3 พบน.ส.สนิท จวนสาง อายุ 37 ปี ให้การว่า มาเยี่ยมญาติที่ป่วยที่ตึกดังกล่าวและนอนเฝ้าอยู่ที่ระเบียงด้านนอกเพลียเผลอหลับไปรู้สึกตัวอีกที พบว่ากระเป๋าสะพายเงินสดกว่า 1 หมื่นบาท สร้อย ทองหนัก 1 บาท มือถือ 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มหายไป ส่วนผู้เสียหายอีก รายชื่อนางสุวรีย์ ทินฤาตรี อายุ 33 ปีถูกขโมยโทรศัพท์มือถือ

Advertisements

แจ้งจับ ผช.สิบเวรหลับ ทำผู้ต้องหาแหกห้องขังอุดรฯ

http://m.thairath.co.th/content/region/264291

แจ้งข้อหา “ด.ต.” ผช.สิบเวรยาม ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.เมืองอุดรธานี ฐานปล่อยให้ผู้ที่อยู่ระหว่างคุมขังหนีไปได้ แต่ยังไม่ดำเนินคดีกับสิบเวรยาม ด้าน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เผยรู้ผลสอบสวนภายในสัปดาห์นี้แน่นอน…

จากกรณี นายอเนก เงินสุวรรณ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหายักยอก ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ตุ๋นแรงงานไปทำงานต่างประเทศ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท อยู่ในระหว่างประกันตัวในชั้นศาล หลบหนีออกจากห้องควบคุม สภ.เมืองอุดรธานี ขณะรอตำรวจปราบปราบการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยความช่วยเหลือของ นางกัญทิมา พรเกษม อายุ 28 ปี ภรรยาคนที่ 2 และ น.ส.จิราภรณ์ หรือ “กิ๊ป” สมบัติ อายุ 18 ปี กิ๊กสาว หลังจากหลบหนีได้ส่ง SMS มาขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ขอบคุณที่ให้ชีวิตใหม่ จะหาโอกาสมาชดใช้ ด.ต.ดาวทอง สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ที่ยอมรับว่าปล่อยให้มีการเยี่ยมในยามวิกาล และตนก็เผลอหลับ ซึ่งศาลได้ออกหมายจับคนทั้งหมดแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2555 พ.ต.ต.กุศล สิทธิขันแก้ว พงส.(สบ 2) สภ.เมืองอุดรธานี รับคำสั่งให้ลงบันทึกดำเนินคดีกับ ด.ต.ดาวทอง สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.เมืองอุดรธานี ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้ที่อยู่ระหว่างคุมขัง หลุดพ้นจากการคุมขังไป” แต่ยังไม่ดำเนินคดีกับ ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ สิบเวรยามห้องควบคุม

ในวันเดียวกัน พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย โดยมี พ.ต.ท.คมสัน เสืออินทร์ พงส.(สบ 3) พ.ต.ท.ณภัทร จูมวันทา พงส.(สบ 3) และ พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจณะ พงส.(สบ 3) สภ.เมืองอุดรธานี กับ ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ สิบเวรยาม และ ด.ต.ดาวทอง สุนารัตน์ ผู้ช่วยสิบเวรยาม คาดรู้ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการทั้ง 3 คน ภายในสัปดาห์นี้แน่นอน

“โดยรับรายงานว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ ด.ต.ดาวทอง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ส่วน ด.ต.ราเชษฐ์ ที่หายตัวไประหว่างเกิดเหตุ หรือหนีเวร ยังไม่แจ้งความดำเนินคดี แต่ทางวินัยถือว่าผิดอย่างร้ายแรง และคงต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการทั้ง 3 คน หากผลสอบสวนว่าผิดจริง และมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี ซึ่งก่อนจะแจ้งความดำเนินคดีได้ต้องดูที่เจตนาในการกระทำความผิด และมีหลักฐานชัดเจน” พล.ต.ต.บุญลือ กล่าว

ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวต่อว่า ส่วนการไล่ล่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ทางตำรวจได้แบ่งออกเป็น 3 ชุด และแตะมือกันไล่ล่าตลอด 24 ชั่งโมง ได้กระชับพื้นที่ออกการติดตาม ซึ่งทางตำรวจไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า ผู้ต้องหากบดานซ่อนตัวอยู่ที่ไหน และน่าจะจนมุมตำรวจในเร็วๆ นี้

สำหรับนายเอนก ถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ ด้วยการไปเช่า เช่าซื้อรถยนต์ แต่กลับนำส่งไปขายที่ สปป.ลาว เมื่อถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ติดต่อไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย จนศาลจังหวัดอุดรธานี ถอนคดีออกไป 10 คดี ส่วนใหญ่จะเป็นคดีในพื้นที่ จ.อุดรธานี และใกล้เคียง ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหายังมีคดี “ลักทรัพย์รถยนต์” เพื่อส่งขาย สปป.ลาว ในท้องที่ จ.ชลบุรี  พิษณุโลก เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต มีคดีปลอมแปลงเอกสาร นอกจากนี้ ยังมีคดีหลอกลวงแรงงาน ปทำงานประเทศอิสราเอล หมายจับศาลธนบุรี เมื่อ 22 พ.ย.53 และศาลอาญา วันที่ 25 เม.ย.54 คดีสุดท้ายมีผู้เสียหาย 174 คน.

ผู้ต้องหาตุ๋นร้อยล้าน-ตัดลูกกรงแหกห้องขังเมืองอุดรฯ

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek9EQXlNVEV5TXc9PQ%3D%3D&subcatid

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ค. เกิดเหตุคนร้ายหลบหนีจาก ห้องควบคุมผู้ต้องหา(ห้องขัง) ของ สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อ พ.ต.ต.กุศล สิทธิขันแก้ว สารวัตรเวร สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ทองดาว สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ว่านายเอนก เงินสุวรรณ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์รถยนต์ ส่งขายประเทศลาว และฉ้อโกงประชาชน ส่งไปทำงานประเทศอิสราเอล อยู่ระหว่างประกันตัวศาล จ.อุดรธานี แต่ที่ถูกตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ อายัดตัวนำมาฝากขังเพื่อรอส่งได้หลบหนีไป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

พ.ต.อ.สุรินทร์ ชัยชมพู รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒน์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี เดินทางมาดูที่เกิดเหตุ บริเวณ “ห้องเยี่ยม” ผู้ต้องหาใช้เลื่อยตัดลูกกรงเหล็ก ใกล้กับประตูจากห้องเยี่ยมมาห้องสิบเวร ผู้ต้องหาเลื่อยจนลูกกรงขาด 1 แผล แล้วใช้ไม้งัดให้ลูกกรงถ่างออก เพื่อเอาตัวลอดออกมาจากช่องนั้น โดยเสียงเลื่อยและงัดจะไม่ดังออกไป เพราะถูกกั้นด้วยกระจกทั้งหมด เพื่อป้องกันแอร์ไม่ให้ออกจากห้องสิบเวร  จากนั้นก็เปิดประตูไม้เข้ามาห้องสิบเวร และออกจากห้องสิบเวรหลบหนีไป

ด.ต.ทองดาว สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ยอมรับว่า หลับเวรไปประมาณ 30 นาที โดยขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่คนเดียว ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ง สิบเวรฯออกไปธุระ ช่วงหัวค่ำหลังจากฝนตกอากาศอบอ้าว ผู้ต้องหาที่มาพบญาติบริเวณห้องเยี่ยม ได้ขอนอนอยู่บริเวณห้องเยี่ยม เพื่อรับไอเย็นจากห้องสิบเวร จึงอนุญาตให้นอนอยู่บริเวณนั้น ช่วงประมาณ 04.00 น. ได้เผลอหลับไปช่วงสั้นๆ โดยไม่ได้ออกจากห้องไปที่ไหน มาสังเกตช่วง 05.00 ไม่เห็นผู้ต้องหาที่ห้องเยี่ยม จึงเข้าไปดูพบลูกกรงถูกเลื่อยหนีไปแล้ว

พ.ต.อ.โกวิท ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี เปิดเผยว่า นายเอนก ถูกตำรวจสืบสวนภูธร ภาค 4 จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ขณะนำรถเก๋งที่โจรกรรมและยักยอก มาส่งให้ผู้ซื้อที่ห้างสรรพสินค้า ในตัวเมืองอุดรธานี ตรวจสอบพบถูกออกหมายจับ ในคดียักยอกทรัพย์รถยนต์ ลักทรัพย์รถยนต์ เพื่อนำไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้านกว่า 10 คดี และต่อมามีผู้เสียหายจำนวนมาก เดินทางมาที่ สภ.เมืองอุดรธานี ยืนยันชี้ตัวเป็นคนเดียวกับนายวัชรินทร์ พิมพ์จันทร์ ผู้ต้องหา ฉ้อโกงประชาชนหลอกไปทำงานอิสราเอล มีหมายจับที่กองปราบต้องการตัว มูลค่าความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท

 

“ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นศาล แต่ต้องถูกส่งตัวมาฝากขังไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อรอการมารับตัวของตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. ขณะนี้ได้ตั้งชุดไล่ล่าตัวแล้ว โดยมี พ.ต.ท.ธวัช นิยมสุข สวป.สภ.เมือง อุดรธานี เป็นหัวหน้าชุด เบื้องต้นมีพยานเห็นมีคนขับรถยนต์เก๋งมาสด้า 3 สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดรับนายเอนกฯหน้าสถานีตำรวจ ขณะนี้ได้ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่ง เพื่อป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ”


ตร.อุดรฯ ขยายผลจับเสี่ยโอเกะ น้าเขย หน.แก๊งชาวลาวลัก จยย.ข้ามโขง

http://www.suthichaiyoon.com/detail/30224

สำนักข่าวเนชั่น 25 พ.ค. 55 – ตร.ขยายผลจับกุม เสี่ยร้านคาราโอเกะ น้าเขย หัวหน้าแก๊งชาวลาวก่อเหตุลัก รถ จยย. ตามหอพัก ส่งข้ามลาว ผู้ต้องสารภาพทำมาแล้ว จนจำแทบไม่ได้ว่าที่ไหน และทั้งหมดกี่คัน ที่ลงมือโจรกรรม

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุล สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตำรวจสืบสวน ควบคุมตัว นายวีระชาติ หรือเสี่ยป๊อก ไชยกอง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 302 ม.2 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาคดี “ลักทรัพย์ในเคหะสถานเวลากลางคืน”(รถจักรยานยนต์) ควบคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามหอพักกว่า 10 แห่ง ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากตำรวจหนองคายแถลงข่าวจับยกแก๊งคนลาว ที่ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ตามหอพัก ในเขต อ.เมืองหนองคาย และ อ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

            หลังจากนั้นตำรวจ ได้ประสานตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ขยายผลถึงคนร้ายที่ชี้เป้า รถจักรยานยนต์ตามหอพัก ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และรอบนอก ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขยของ ท้าวซาย นะคอน อายุ 20 ปี ชาวลาว และเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ โดยจับกุมตัวในร้านตะวันคาราโอเกะ ม.9 บ้านบ่อน้ำ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะเปิดร้านให้นักท่องราตรีใช้บริการ เมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา

            พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุล สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จาการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า มีภรรยาเป็นชาวลาว ชื่อนางปานคำ สีวิไล อยู่กินกันมาได้ปีเศษ จนช่วงเดือนตุลาคม 2554 ท้าวซายฯ ซึ่งเป็นหลานเขยของภรรยาตน เดินทางจาก สปป.ลาว มาเที่ยวหาตนที่ร้านคาราโอเกะ และวางแผนให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ ตระเวนหารถตามหอพัก ซึ่งเป็นคนในพื้นที่คงรู้จักพื้นที่ และทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี ตนจึงตกลงรับงานโดยได้ค่าจ้างคันละ 1,000 บาท ต่อคัน จากนั้นจะขับรถที่โจรกรรมมาได้ขับไปไว้รวมกันที่ทางโค้ง ในซอยสี่ศรัทธา ชุมชนหนองบ่อ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี และหากคืนไหนลักได้จำนวนหลายคัน คนไม่พอที่จะเคลื่อนย้าย ตนจะอาสาเป็นคนขับไปส่งที่ บ.โพนสา ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ด้วย ซึ่งจะได้ค่าจ้างเพิ่มอีก 1,000 บาท เมื่อถึงที่หมายจะมีคนขับรถยนต์มาส่งถึงที่บ้าน

            พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุล ฯ เปิดเผยต่อว่า หลังจากคนร้ายให้การรับสารภาพเป็นหนึ่งในขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งคนร้ายทำมาจนจำแทบไม่ได้ว่าที่ไหนบ้าง และทั้งหมดจำนวนกี่คันกี่ครั้งที่ลงมือโจรกรรม ตามที่คนร้ายจำได้และนำตำรวจทำแผนมี ที่ลานจอดรถบ้านพักเจ้าหน้าที่เทศบาลนครอุดรธานี ถ.ธรรมเจดีย์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 2 คัน อานนท์แมนชั่น ถ.ธรรมเจดีย์ จำนวน 4 คัน หอพักกัลยา ถ.ธรรมเจดีย์ จำนวน 2 คัน

            หอพักลุงตั๋น ถ.ศรีสุข จำนวน1 คัน หอพักศรีวัลย์ ถ.ศรีสุข จำนวน 2 คัน หอพักเรือนวารี ถ.ศุภกิจจรรยา จำนวน 1 คัน หอที่ ถ.ศุภกิจจรรยา จำนวน 2 คัน พิชญ์ธัญญาแมนชั่น ถ.ศุภกิจจรรยา จำนวน 1 คัน ซึ่งที่คนร้ายลงมือก่อเหตุทั้งหมด อยู่ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และหอพักไม่มีชื่อ ซ.คลองสมบูรณ์ 2 ถ.อุดร-เชียงพิณ ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี  จำนวน 1 คัน

            พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุลฯเปิดเผยอีกว่า หากประชาชนมั่นใจหรือสงสัยว่าคนร้ายแก๊งดังกล่าว โจรกรรมรถจักรยานยนต์ของตน ตามหอพักตามที่คนร้ายให้การรับสารภาพ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทำแผนประกอบคำรับสารภาพไปแล้วนั้น ให้ติดต่อร้อยเวรเจ้าของคดีที่ตนมาแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานตามวันเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อจะดำเนินคดีเพิ่มเติมให้กับคนร้าย ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ายืนยันกับตำรวจแล้ว 3 ราย