Tag Archives: สปป.ลาว

กลุ่มทุน “มิวสิค พาเลส” แตกไลน์ซื้อแฟรนไชส์ “The Rink Ice Skating” ปักธงแห่งเดียวในอีสานที่เซ็นทรัลอุดรฯ

http://udonechamber.com/home/journal-chamber/3400-3400.html

กลุ่มทุน “มิวสิค พาเลส” แตกไลน์ซื้อแฟรนไชส์ “The Rink Ice Skating” ปักธงแห่งเดียวในอีสานที่เซ็นทรัลอุดรฯ

“วี.เอ็ม.วี.เค.” บริษัทพัฒนาพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แตกไลน์ซื้อแฟรนไชส์ธุรกิจลานสเก็ตน้ำแข็งกว่า 40 ล้านบาท ปักธงเซ็นทรัลอุดรฯ แห่งแรกแห่งเดียวในอีสาน

นายวิริยะ วิรัตน์มาลี ประธานบริษัท วี.เอ็ม.วี.เค. เซอร์วิส จำกัด เปิดเผยว่า ตนเองเป็น Land Developer ดำเนินกิจการเกี่ยวกับเปิดให้เช่าพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ร้านขายปลีกเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และส่วนประกอบของเครื่องแต่งกาย รวมถึงธุรกิจมิวสิค พาเลส อีกด้วย ล่าสุดได้ทุ่มทุนกว่า 40 ล้านบาทซื้อแฟรนไชส์ The Rink Ice Skating มาเปิดในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี โดยเห็นช่องทางการเติบโตของธุรกิจนี้ ซึ่งจะเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคอีสาน โดยมองตลาดลูกค้ากลุ่ม ครอบครัว วัยรุ่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลองของใหม่ มาใช้บริการเดือนละ 8,000-10,000 คนต่อเดือน และมองถึงตลาดเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และเวียดนามไว้ ในสัดส่วนคนไทย 80% ต่างชาติ 20%

โดยจะใช้พื้นที่ 1,600-1,700 ตารางเมตร แบ่งเป็น ลานสเก็ตที่สามารถจัดมินิคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมทางการตลาดได้ 700 ตารางเมตร นอกจากนั้นจะมีคาราโอเกะ สแน็คบาร์ โดยไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์เดิมในกรุงเทพฯ และใช้ชื่อว่า The Rink by BMBK คาดว่าจะมีการจ้างกว่า 30 คน

“คนที่ไม่รู้จักก็อยากมาดู อยากมาเล่น มองถึงตลาดเพื่อนบ้าน สปป.ลาว, เวียดนามไว้ด้วย ถ้าเออีซีจะเกิดถ้าเทรนด์ไม่ตกก็เป็นโอกาสของเรา เพราะไม่มีใครคิดว่าจะไปลงทุนแพงๆ ในประเทศที่เกี่ยวกับระบบการปกครอง เพราะ 10 ล้านบาท สามารถสร้างเป็นฮอลล์ใหญ่ได้ เหมือนผมกำลังเล่นกับความเสี่ยงได้ก็ได้ เสียก็เสีย เป็นเกมส์ธุรกิจ มองคนไทย 80%”

นายวิริยะ กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้เคยมีทำธุรกิจ มิวสิค พาเลส ในศูนย์การค้าเจริญศรีคอมเพล็กซ์เดิมตั้งแต่ปี 2547 จนปัจจุบัน เมื่อเปลี่ยนมาเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ได้มีการปรับปรุงด้วยงบประมาณกว่า 5 ล้านบาท และย้ายมาอยู่บริเวณตึกเก่าชั้น 3

และการหันมาทำธุรกิจไอซ์สเก็ต เพราะมองถึงกำลังซื้อของคนแถบนี้มีค่อนข้างสูง อีกทั้งเคยเป็นนักการตลาดมาก่อน(ผู้บริหาร เดอะมอลล์) และมีธุรกิจแฟชั่น มองการกล้าใช้จ่าย กล้าแต่งตัว กล้าใช้ชีวิต ของคนอุดรฯ ใกล้เคียงกับคนกรุงเทพฯ ซึ่งธุรกิจไอซ์สเก็ตมีค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ย 200 กว่าบาทถือว่าไม่แพง โดยธุรกิจนี้ยอมรับว่าขึ้นอยู่กับฤดูกาลเช่นกัน แต่ด้วยศักยภาพจึงมองว่ามีโอกาสอีกมาก

“โลตัสเคยเชิญให้ผมไปทำไอสเก็ตตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว แต่บังเอิญไปติดเสา 4 ต้น ค่าใช้จ่ายในการลื้อถอนเกือบ 10 ล้าน โครงการนี้เลยล้มไป แต่ที่มาทำ คือ ชอบให้เด็กมีกิจกรรม เพราะลูกสาวทุกคนของตนเล่นไอซ์สเก็ตเป็นหมด เพราะ 1.ได้เรื่องการทรงตัว 2.เด็กที่หลังห่อได้เรื่องบุคลิกภาพ 3.เป็นการออกกำลังกายที่ไม่น่าเบื่อ เพราะเด็กที่วิ่งในลานสเก็ตได้ 2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพักเลย แต่กีฬาบางประเภทเล่นแป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว ถ้าเล่นเบสิคได้จะเป็นการออกกำลังกายที่เซฟที่สุด ข้อเข่าไม่เสีย เล่นง่าย นอกจากนั้นยังเคยเห็นคนอายุ 40-50 กว่าปี ไปวิ่งไอซ์สเก็ต 2-3 ชั่วโมงโดยไม่เหนื่อยเลย”

นายวิริยะ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมองลู่ทางการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย โดยมีความสนใจทำอพาร์ทเม้นท์ขนาด 7-8 ชั้น โดย 1 ห้องนอนมี 3 เตียง โดยได้ไอเดียมาจากที่พักของกลุ่มแบ็คแพ็จที่ถนนข้าวสาร ซึ่งจะเป็นการให้เช่าสำหรับพนักงานมีรายได้ประจำ โดยจะมีการเพิ่มสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ให้บริการอีกด้วย

ด้านนายธนินท์รัฐ ภักดีภิญโญ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี เปิดเผยว่า ในเรื่องของสถานที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานีมีความพร้อมเรื่องโครงสร้างรองรับไอซ์สเก็ตแห่งเดียวในภาคอีสานบริเวณ ชั้น 5 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4/2555 นอกจากนั้นพื้นที่ชั้น 5 ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซินีเพล็กซ์ เมเจอร์โบว์ ไอซ์สเก็ต และแผนในอนาคตอาจจะเป็นโซนภัตตาคาร เป็นศูนย์รวมภัตตาคารที่มีอาหารที่อร่อย

Advertisements

แจ้งจับ ผช.สิบเวรหลับ ทำผู้ต้องหาแหกห้องขังอุดรฯ

http://m.thairath.co.th/content/region/264291

แจ้งข้อหา “ด.ต.” ผช.สิบเวรยาม ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.เมืองอุดรธานี ฐานปล่อยให้ผู้ที่อยู่ระหว่างคุมขังหนีไปได้ แต่ยังไม่ดำเนินคดีกับสิบเวรยาม ด้าน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เผยรู้ผลสอบสวนภายในสัปดาห์นี้แน่นอน…

จากกรณี นายอเนก เงินสุวรรณ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหายักยอก ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ตุ๋นแรงงานไปทำงานต่างประเทศ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท อยู่ในระหว่างประกันตัวในชั้นศาล หลบหนีออกจากห้องควบคุม สภ.เมืองอุดรธานี ขณะรอตำรวจปราบปราบการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยความช่วยเหลือของ นางกัญทิมา พรเกษม อายุ 28 ปี ภรรยาคนที่ 2 และ น.ส.จิราภรณ์ หรือ “กิ๊ป” สมบัติ อายุ 18 ปี กิ๊กสาว หลังจากหลบหนีได้ส่ง SMS มาขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ขอบคุณที่ให้ชีวิตใหม่ จะหาโอกาสมาชดใช้ ด.ต.ดาวทอง สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ที่ยอมรับว่าปล่อยให้มีการเยี่ยมในยามวิกาล และตนก็เผลอหลับ ซึ่งศาลได้ออกหมายจับคนทั้งหมดแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2555 พ.ต.ต.กุศล สิทธิขันแก้ว พงส.(สบ 2) สภ.เมืองอุดรธานี รับคำสั่งให้ลงบันทึกดำเนินคดีกับ ด.ต.ดาวทอง สุนารัตน์ ผช.สิบเวรยาม ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.เมืองอุดรธานี ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้ที่อยู่ระหว่างคุมขัง หลุดพ้นจากการคุมขังไป” แต่ยังไม่ดำเนินคดีกับ ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ สิบเวรยามห้องควบคุม

ในวันเดียวกัน พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย โดยมี พ.ต.ท.คมสัน เสืออินทร์ พงส.(สบ 3) พ.ต.ท.ณภัทร จูมวันทา พงส.(สบ 3) และ พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจณะ พงส.(สบ 3) สภ.เมืองอุดรธานี กับ ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ สิบเวรยาม และ ด.ต.ดาวทอง สุนารัตน์ ผู้ช่วยสิบเวรยาม คาดรู้ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการทั้ง 3 คน ภายในสัปดาห์นี้แน่นอน

“โดยรับรายงานว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ ด.ต.ดาวทอง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ส่วน ด.ต.ราเชษฐ์ ที่หายตัวไประหว่างเกิดเหตุ หรือหนีเวร ยังไม่แจ้งความดำเนินคดี แต่ทางวินัยถือว่าผิดอย่างร้ายแรง และคงต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการทั้ง 3 คน หากผลสอบสวนว่าผิดจริง และมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี ซึ่งก่อนจะแจ้งความดำเนินคดีได้ต้องดูที่เจตนาในการกระทำความผิด และมีหลักฐานชัดเจน” พล.ต.ต.บุญลือ กล่าว

ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวต่อว่า ส่วนการไล่ล่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ทางตำรวจได้แบ่งออกเป็น 3 ชุด และแตะมือกันไล่ล่าตลอด 24 ชั่งโมง ได้กระชับพื้นที่ออกการติดตาม ซึ่งทางตำรวจไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า ผู้ต้องหากบดานซ่อนตัวอยู่ที่ไหน และน่าจะจนมุมตำรวจในเร็วๆ นี้

สำหรับนายเอนก ถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ ด้วยการไปเช่า เช่าซื้อรถยนต์ แต่กลับนำส่งไปขายที่ สปป.ลาว เมื่อถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ติดต่อไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย จนศาลจังหวัดอุดรธานี ถอนคดีออกไป 10 คดี ส่วนใหญ่จะเป็นคดีในพื้นที่ จ.อุดรธานี และใกล้เคียง ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหายังมีคดี “ลักทรัพย์รถยนต์” เพื่อส่งขาย สปป.ลาว ในท้องที่ จ.ชลบุรี  พิษณุโลก เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต มีคดีปลอมแปลงเอกสาร นอกจากนี้ ยังมีคดีหลอกลวงแรงงาน ปทำงานประเทศอิสราเอล หมายจับศาลธนบุรี เมื่อ 22 พ.ย.53 และศาลอาญา วันที่ 25 เม.ย.54 คดีสุดท้ายมีผู้เสียหาย 174 คน.

เด้ง ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี สังเวยพิษยาหวัดซูโดฯ

http://www.thairath.co.th/content/edu/253966

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งให้ย้าย ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ไปช่วยราชการที่กระทรวง ขณะที่ตำรวจเร่งล่า “สมชาย แซ่โค้ว” หลังพบว่าได้หลบหนีเข้าไปอยู่ใน สปป.ลาวแล้ว…

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ถึงความคืบหน้ากรณี “ยาซูโดอีเฟดรีน” สารตั้งต้นผลิตยาเสพติด หายจากโรงพยาบาลอุดรธานี โดยนายสมชาย แซ่โค้ว อายุ 41 ปี เภสัชกรชำนาญการ รพ.อุดรธานี ช่วยราชการ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ยังคงหลบหนีคดี ตามหมายจับของศาล จ.อุดรธานี ในข้อเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ, มีไว้เพื่อจำหน่ายยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท, ยักยอกทรัพย์ ยาแก้หวัด “ซูโดอีเฟดรีน” ที่มีสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดตั้งแต่ปี 53-55 จำนวน 7.2 ล้านเม็ด จาก รพ.ศูนย์อุดรธานี โดยการไม่นำยาที่ตรวจรับเข้าคลังยา และทำหลักฐานเท็จส่งไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ซึ่งคดีนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เดินทางมารับสำนวนการสอบสวนไปแล้ว และเรียกผู้บริหารของโรงพยาบาลฯ ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม

โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 เมษายน นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งให้ย้าย นพ.พิชาต เฉลิมดลยุทธนา ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ไปช่วยราชการที่กระทรวงสาธารณสุขโดยมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทาง สนง.สสจ.อุดรธานี จึงเพิ่งแจ้งให้ทาง ผอ.โรงพยาบาลฯ ทราบ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555 โดย นพ.สมศักดิ์ สุจริตพุทธางกูร รอง ผอ.คนที่ 1 คงจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาราชการแทน นพ.พิชาต ที่ถูกคำสั่งย้าย

“ส่วนกรณีของการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง คงเป็นหน้าที่ของกระทรวง ที่จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ขึ้นมา โดยยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ซึ่งบุคคลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่อยู่ในข่ายคณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งขึ้นมา จะต้องเรียกสอบทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมความพร้อมเรื่องของเอกสาร ไว้ให้ทางดีเอสไอ ที่คาดว่าจะขึ้นมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้” นพ.สัญชัย กล่าว

นพ.สัญชัย กล่าวอีกว่า ส่วนยาแก้หวัด ที่มีส่วนผสม “ซูโดเอฟีดรีน” ได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เรียกเก็บคืนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ที่รับผิดชอบมาเก็บรักษาไว้ และมีคณะกรรมการตรวจสอบ ผู้รับผิดชอบดูแลอย่างเข้มงวด

ด้าน พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์  ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า การติดตามจับกุมตัว นายสมชาย แซ่โค้ว เภสัชกรฯ ที่กำลังหลบหนี ตนมอบหมายให้ชุดสืบสวน ติดตามจับกุมตัว โดยมีชุดสืบสวน ตำรวจภาค 4 สนับสนุนอีกชุด ซึ่งล่าสุดข่าวที่ได้รับรายงานมาทราบว่า นายสมชาย ได้หลบหนีเข้าไปอยู่ใน สปป.ลาว แล้ว โดยทางตำรวจได้ประสานงานไปยังด่านเข้า-ออก ทุกแห่ง ให้คอยจับตาดู หากนายสมชาย ปรากฏตัวให้ทำการจับกุมตัวได้ทันที.