Tag Archives: อุดรธานี

ผช.ผญบ.อุดรฯ มอบตัวหลังยิงลูกชายทาสยาบ้าดับ

ผช.ผญบ.อุดรฯ มอบตัวหลังยิงลูกชายทาสยาบ้าดับ

อุดรธานี 7 เม.ย. – ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านใน อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังยิงลูกชายที่เป็นทาสยาบ้าเสียชีวิต

นายณรงค์ ศรีพวง อายุ 51 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโก่ย หมู่ 2 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี และเป็นอดีตรองนายก อบต.หนองนาคำ เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงนายพรศักดิ์ ศรีพวง อายุ 22 ปี บุตรชาย เสียชีวิตที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านโก่ย เมื่อคืนที่ผ่านมา

นายณรงค์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายเมาเหล้าอาละวาด และข่มขู่ขอเงินจากปู่กับย่า เพื่อนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ เมื่อไม่ได้ก็จับย่าทุ่มลงกับพื้นบ้าน กระทั่งเหลือบเห็นตนกลับมาถึงบ้าน ก็ใช้มีดสปาต้าไล่ฟันตน ก่อนจะหลบหนีออกจากบ้าน ด้วยความโกรธตนจึงไปเอาปืนลูกซองเดินตามหาลูกชาย จนมาพบนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน เมื่อผู้ตายเห็นก็กระโดดลงจากกระท่อมวิ่งหลบหนี ตนจึงยกปืนยิงตามหลังไป 1 นัด หวังข่มขู่ลูกชายเท่านั้น และไม่รู้ว่าลูกชายถูกกระสุนปืนเสียชีวิต เพราะมืดมองไม่เห็น. – สำนักข่าวไทย

http://www.mcot.net/site/content?id=5342852fbe0470e4768b4579#.U0K7fScaySM

Advertisements

จับ 2 อิตาลีค้ายาบ้า

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 7 เม.ย.2557 เจ้าหน้าตำรวจปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองอุดรธานีแบะเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี มี พ.ต.ท.ธราธิป เข่งคุ้ม รอง ผกก.ป.สภ3.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.พัฒนวงศ์ จันทร์พล สวป. พ.ต.ทต.อัมรินทร์ อยู่เย็น สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง ทำการจับกุมตัว นายซิลวีโอ่ พอลมัคซี่ อายุ 38 ปี( Silvio PALMUOOI) สัญชาติอิตาลี ถือหนังสือเดินทางเลขที่ YA326627 และ นายแนลลี่ มัสสิมิเลียโน่ อายุ 48 ปี (Nelli MASSIMILIANO) สัญชาติอิตาลี ถือหนังสือเดินทางเลขที่ YA 5594386 ได้ที่ห้องเลขที่ 301 น้อมจิตร์อพาร์ทเม้นตื ซ.หนองขาม บ้านหนองขาม ถ.นิตโย ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมด้วยของกลางเป็นกัญชาอัดแห้งห่อด้วยพลาสติกน้ำหนัก 250 กรัม ยาบ้า 292 เม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า

พ.ต.ท.ธราธิป เข่งคุ้ม รอง ผกก.ป.เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ามีการขายยาบ้าและมีการมั่วสุมเสพกัญชากันที่ห้องหมายเลข 301 น้อมจิตร์อพาร์ทเม้นต์ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ จึงทำการสืบสวนจนมีข้อมูลชัดเจนแล้ว จึงทำการล่อซื้อยาบ้าโดยส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นสายเข้าขอซื้อยาบ้าจากผู้ขาย และได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวไปซุ้มอยู่ในบริเวณใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว

เมื่อสายลับส่งสัญญาณให้จึงพากันเข้าไปยังห้องพักดังกล่าว พบชาวอิตาลีทั้งสองคนอยู่ในห้องพักดังกล่าว จึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเข้าทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 292 เม็ด ที่บรรจุอนยู่กระเป๋าถือขนาดเล็ก นอกจากนี้แล้วก็พบกัญชาอัดแห้ง 250 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพหลายชนิด จึงทำการควบคุมตัวไปทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองอุดรธานี

จากการสอบสวนผ่านล่ามที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ทั้งสองคนยอมรับว่าทั้งยาบ้าและกัญชาแห้งทั้งหมดนั้นเป็นของตนเอง โดยกัญชานั้นพวกตนเอาไว้เสพเอง ส่วนยาบ้านั้นเอาไว้จำหน่ายให้กับลูกค้า ซึ่งยาบ้านั้นพวกตนได้ให้ผู้หญิงคนไทยไปซื้อเอามาจากประเทศ ลาว และยังให้รายละเอียดต่อไปอีกว่าสำหรับ นายซิลวีโอ่ฯเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาและครั้งสุดท้ายเดินทางเข้ามาเมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว และล่าสุดได้เดินทางข้ามไปยังฝั่งประเทศ สปป.ลาวเมื่อวันที่ 5 เม.ย.2557ที่ผ่าน อาชีพเดิมเคยเป็นจ๊อกกี้ขี่ม้าแข่งในประเทศอิตาลี ส่วนนาย แนลลี่ฯนั้นอาชีพเป็นหัวหน้ากุ๊กอาหารอิตาเลี่ยน อยูที่ประเทศอิตาลี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายในข้อหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า)และยาเสพติดประเภท 5(กัญชา) เอาไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย โดบผิดกฎหมาย.

http://www.banmuang.co.th/2014/04/จับ-2-อิตาลีจิ๊กโร่ต้ายา/

‘ผช.ผญบ.’ปืนดุ ซัลโวลูกชายดับ ซดเหล้า-อาละวาด

พ่อสุดจะทน! ลูกซดเหล้าเมาแล้วชอบอาละวาดบ้าน คว้าปืนลูกซองออกตามล่า ก่อนเจอที่ทุ่งนาซัดดับคาที่ ก่อนควบกระบะหลบหนี…

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 6 เม.ย.57 ร.ต.อ.สมิง โถทอง พงส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิตที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านโก่ย หมู่ 2 ต.หนองนาคำ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี พ.ต.ท.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.มานิตย์ แก้วเจริญ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อม แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งเสริมธรรม เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบศพนายพรศักดิ์ ศรีพวง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี สภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ ข้างศพพบมีดแหลมยาวประมาณ 2 ฟุต จากการชันสูตรพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว เข้าบริเวณสะบักหลังข้างซ้าย 1 นัด ศีรษะบริเวณหลังใบหู 1 นัด

จากการสอบสวน นายกันยา ศรีพวง อายุ 86 ปี ปู่ผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายชอบดื่มเหล้าอยู่เป็นประจำ โดยมักจะมาขอเงินปู่กับย่า ซึ่งถ้าไม่ได้ก็จะอาละวาด โดยก่อนเกิดเหตุได้มาขอเงินย่าใช้ แต่ย่าไม่มีให้ จึงได้อาละวาดทุบสิ่งของและพังบ้านย่า กระทั่งช่วงเย็น นายณรงค์ ศรีพวง อายุ 51 ปี พ่อผู้ตายและ ผช.ผญบ. กลับมา เห็นว่าผู้ตายอาละวาดพังบ้าน เลยเกิดอาการโมโหแบกปืนลูกซองไปตามหาผู้ตาย จนกระทั่งพบผู้ตายนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนบนกระท่อมนา เมื่อผู้ตายเห็นพ่อจึงพยายามวิ่งหลบหนี แต่นายณรงค์ได้ยิงเข้าไป 1 นัด แล้วแบกปืนกลับไปบ้าน ซึ่งนายณรงค์ไม่ทราบว่าถูกจุดสำคัญ กระทั่งเพื่อนลูกชายเดินมาบอกว่าลูกชายตาย จึงขับรถปิกอัพหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเร่งนำตัวนายณรงค์ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

http://www.thairath.co.th/content/415095

อุดรฯเปิดแผน ศูนย์กลางท่องเที่ยว

วิภาวี จุฬามณี / รายงาน

หากจะจัดอันดับจังหวัดซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว โดยวัดจากจำนวนเที่ยวบินเข้า-ออกในแต่ละวัน นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว “อุดรธานี” ถือว่ามาแรงในอันดับต้นๆ
เพราะแต่ละวันมีเที่ยวบินเข้า-ออก อย่างละ 20 เที่ยวบิน จาก 4 สายการบินชั้นนำ และยังจ่อจะเข้ามาเพิ่มอีก 7 สายการบิน ณ เวลานี้จึงเป็นรองก็เพียงแต่ “ภูเก็ต” จังหวัดเดียวเท่านั้น
จุดเด่นที่ทำให้ จ.อุดรธานี มีผู้มาเยือนไม่ขาดสาย คือการเป็น “เทรดดิ้งฮับ” หรือศูนย์กลางการค้าในแถบประเทศอินโดจีน ผู้แทนการค้า โดยเฉพาะจากลาว กัมพูชา และเวียดนาม นิยมใช้ จ.อุดรธานี เป็นสถานที่เจรจาธุรกิจ เนื่องจากมีถนนจากเวียดนามเหนือ ผ่านลาวเข้ามาทาง จ.นครพนม สะดวกสบาย ส่วนถนนจากลาวมาอุดรฯ ก็เดินทางได้ง่ายดายอยู่แล้ว
ล่าสุดทางจังหวัดร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี และหอการค้าจังหวัดอุดรธานี มีแผนจะฟื้นโครงการ “เส้นทางท่องเที่ยวพื้นที่สามเหลี่ยมมรดกโลก (บ้านเชียง-หลวงพระบาง-ฮาลองเบย์)” โดยเมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปร่วมเจรจาและลงนามบันทึกความเข้าใจ ณ เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว และเมืองกว่างนิงห์ ประเทศเวียดนาม
จากเอ็มโอยูดังกล่าว ทั้ง 3 ประเทศ ตกลงจะดำเนินงานร่วมกันในด้านต่างๆ อาทิ การจัดให้มีงานแฟร์ หรืองานประจำปีของมรดกโลกทั้ง 3 แห่ง สลับสับเปลี่ยนกันไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
โดยปีนี้จะจัดขึ้นที่เมืองกว่างนิงห์ เวียดนาม ในวันที่ 30 เม.ย. และปีหน้าในงานมรดกโลกบ้านเชียง จะเชิญตัวแทนจากเมืองกว่างนิงห์ และหลวงพระบาง มาร่วมงานเช่นกัน
นายธนกร วีรชาติยานุกูล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ขยายความเรื่องนี้ว่า ลาวและเวียดนามต้องการเรียนรู้เรื่องกลยุทธ์การขาย และการบริการจากไทย ขณะที่ไทยจะได้ใช้ จ.อุดรธานี เป็นฐานดึงนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามา เพราะแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงนั้น เป็นที่รู้จักติดหูนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว
นายธนกรบอกอีกว่า ปีหนึ่งๆ จ.อุดรธานี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยือนกว่า 2 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สังเกตจากปริมาณเที่ยวบินที่จะมีมาเพิ่มอีก 7 สายการบิน ทั้งจากสิงคโปร์ เวียดนาม และจีน แต่ยังติดปัญหาเรื่องระบบศุลกากร คาดว่าสนามบินอุดรธานีจะพร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศในปี พ.ศ.2558
“รายได้ด้านการท่องเที่ยวของ จ.อุดรธานี ปีที่ผ่านมาสูงกว่า 6,000 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด หรือประมาณ 120,000 คน ช่วงปี 2556-2557 มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น” นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี แจกแจงตัวเลข
สำหรับจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวใน จ.อุดรธานี นั้น นอกจากเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่มีประวัติสืบต่อกันมายาวนานแล้ว ยังมีธรรมชาติที่สวยงาม มีวัดวาต่างๆ และงานประเพณีมากมาย นอกจากนี้ยังมีไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วย
ปี 2557-2558 สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ตั้งเป้าจะโปรโมตเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่หลากหลายตามฤดูกาล อาทิ ช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. ทะเลบัวแดงจะสวยงามบานสะพรั่งที่สุด เดือนเม.ย. จะโปรโมตกิจกรรมมหาสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เป็นต้น
สำหรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ไฮไลต์ของอุดรธานียังอยู่ที่ “อุโมงค์สายน้ำใหญ่ที่สุดในประเทศ” นอกจากนี้ทางสมาคมยังเตรียมโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวซึ่งสามารถเดินทางได้ภายใน 1 วัน และยังเชื่อมต่อไปประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสะดวก ภายใต้แนวคิด “เช้าทัวร์บุญ บ่าย-เย็นเล่นน้ำ ค่ำดูโชว์ เที่ยวต่อเวียงจันทน์”
“เช้าทัวร์บุญ” เชิญชวนนักท่องเที่ยวขอพร 8 สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งอุดรธานี อาทิ อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ ศิลปาคม วัดป่าภูก้อน วัดป่าบ้านตาด วัดมัชฌิมาวาส เป็นต้น
“บ่าย-เย็นเล่นน้ำ” จุดสำคัญได้แก่ บริเวณทุ่งศรีเมือง หนองประจักษ์ศิลปาคม และศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ เปิดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน พร้อม 50 ดีเจ.ชื่อดังจากทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12-16 เม.ย.
“ค่ำดูโชว์” ร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 121 ปี เมืองอุดรธานี ด้วยการแสดงชุดสีสันแห่งสายน้ำ และแฟลชม็อบกลางสายน้ำโดยกลุ่มนักเต้นมืออาชีพ
“เที่ยวต่อเวียง จันทน์” อาศัยข้อได้เปรียบในการเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปนครหลวงเวียงจันทน์ ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นว่า มาเที่ยวอุดรธานีแล้วยังสามารถข้ามฝั่งไปชื่นชมวัฒนธรรมของพื้นบ้านได้อย่างสะดวก
ส่วนเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายนั้น นายกสมาคมธุรกิจการท่อง เที่ยวจังหวัดอุดรธานี ระบุว่าที่ผ่านมามีอพาร์ตเมนต์จำนวนมากเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว โดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงแรม ทางหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมฯ จึงเรียกร้องให้ทางจังหวัดตรวจตรา และปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง
นอกจากนี้ รถสาธารณะต่างๆ ต้องรณรงค์ให้มีจิตใจพร้อมบริการนักท่องเที่ยวมากขึ้น และเป็นธรรมมากขึ้น โดยเชื่อมั่นว่ามาตรฐานการบริการของธุรกิจท่องเที่ยวไทยไม่เป็นรองประเทศใดในแถบนี้

 

ททท.เชิญร่วมงาน “สงกรานต์ที่ยูดีทาวน์” อุดรธานี

อุดรธานี – ททท.อุดรธานี ขอเชิญร่วมงาน Chang Wonder Water Land @ UD TOWN ม่วนซื่นอุดรธานีฉลองครบรอบ 121 ปี เมืองอุดรธานี เปิดอุโมงค์น้ำยักษ์พร้อมหลากกิจกรรม สาดความชุ่มฉ่ำตลอดเทศกาล ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2557 ณ ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ จังหวัดอุดรธานี

นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สร้างความคึกคักทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวแก่จังหวัดอุดรธานีเป็นอย่างมาก จึงได้จับมือกับพันธมิตรจัดงานมหาสงกรานต์ “Chang Wonder Water Land @ UD TOWN โดยร่วมกับพันธมิตรหลัก คือบริษัท ไทย เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “ซิกเนเจอร์ อีเว้นท์ (Signature Event)” ของศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ และจังหวัดอุดรธานี

โดยปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ม่วนซื่นอุดรธานี” ซึ่งสื่อความหมายถึงความสนุกสนานครื้นเครงที่เป็นเสน่ห์ตามแบบฉบับชาว อุดรธานีและชาวอีสาน โดยจะมีกิจกรรมสรงน้ำและสักการะพระพุทธรูปชื่อดังของไทยจำนวน 9 องค์จากทั่วทุกภูมิภาค ส่วนกิจกรรมไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงมาก คืออุโมงค์แห่งสายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

ที่นำมาจัดให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน ม่วนซื่นไปกับลีลาการสปินแผ่นของ 50 ดีเจชื่อดังของเมืองไทย นาน 50 ชั่วโมงตลอดการจัดงานและร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 121 ปี เมืองอุดรธานี ด้วยการแสดงสุดพิเศษ “The Color of Splash (สีสันแห่งสายน้ำ)” ตื่นตากับสีสันแห่งค่ำคืนกับระบำสายน้ำประกอบแสงสีเสียงสุดอลังการ เพื่อตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งสีสันและความสนุกสนานของอุดรธานี

และเซอร์ไพรส์กับแฟลชม๊อบ (flash mob) กลางสายน้ำโดยกลุ่มนักเต้นมืออาชีพ ททท.สำนักงานอุดรธานี จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทุกท่านร่วมงานสงกรานต์ Chang Wonder Water Land @ UD TOWN ม่วนซื่นอุดรธานี ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2557 ณ ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ จังหวัดอุดรธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 042-932999 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.goudtown.com http://www.facebook.com/udtown และ ททท.สำนักงานอุดรธานี โทร.042-325406-7

http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000035262

อุดรฯ ช่วยตัวนิ่ม 37 ชีวิตจากแก๊งค้าสัตว์ป่าก่อนส่งข้ามแดน

อุดรธานี 24 มี.ค.- พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อม พ.ต.อ.โชคชัย อินทะนิน ผกก.สภ.ประจักษ์ศิลปาคม แถลงจับกุม 2 ผู้ต้องหาลอบค้าสัตว์ป่า คือ นายขนบ หมัดเจริญ อายุ 31 ปี และนายรติวรรธน์ วงศ์นฤมิตร อายุ 30 ปี ของกลางตัวนิ่ม 37 ตัว ลำเลียงมากับรถยนต์อเนกประสงค์ ทะเบียน 2 กต 2620 กรุงเทพมหานคร ขณะจะผ่านจุดตรวจแยกทางเข้าบ้านโนนสมบูรณ์ ถนนมิตรภาพ ขอนแก่น-อุดรธานี ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม โดยทั้งสองสารภาพว่า ซื้อตัวนิ่มมาจากชายแดนด้าน อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อนำไปขายต่อให้นายทุนที่ จ.หนองคาย ก่อนส่งข้ามแดนไปประเทศจีน เพื่อทำเป็นเมนูพิศดาร และทำมาหลายครั้งแล้ว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันค้าและมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนตัวนิ่มจะนำส่งศูนย์ฟื้นฟูอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าที่ 10 อุดรธานี เพื่อนำส่งศูนย์อนุรักษ์ฟื้นฟูพันธ์สัตว์ป่า จ.ชัยภูมิ นำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ.-สำนักข่าวไทย

http://www.mcot.net/site/content?id=532ff6f4be04709fce8b4571#.UzBVflwXDRc

รวบขี้ยาอุดรฯ ฆ่าเผาผัวเมีย!

ผบช.ภาค 4 แถลงจับกุมหนุ่มเหี้ยม ฆ่าเผาสองผู้เฒ่าผัวเมียเพื่อนบ้านชาวอุดรธานี สารภาพเห็นเหยื่อฐานะดี เลยสั่งซื้อยานอนหลับจากอินเตอร์เน็ต ลวงให้กินแล้วฆ่าทิ้ง แล้วรื้อค้นทรัพย์สินในบ้านเหยื่อ แต่ไม่ได้ของมีค่าติดมือสักชิ้น เลยขนศพขึ้นรถปิกอัพของเหยื่อนำไปเผาอำพรางคดีข้ามอำเภอ แล้วเผ่นไปกบดานที่ชลบุรีเกือบเดือน แต่ไม่รอดโดนตำรวจตามไปตะครุบตัวในที่สุด

เวลา 13.20 น วันที่ 23 มี.ค. ที่ บก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภาค 4 แถลงข่าวจับกุมนายวัลลภ หรืออัด แก้วเจริญ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 ม.12 บ้านทุ่งพัฒนา ต.ทุ่งฝน อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี คดีฆ่านายประเจน วรรณประโพธิ์ อายุ 61 ปี และนางวันดี วรรณประโพธิ์ อายุ 65 ปี สองผัวเมียราษฎรบ้านเลขที่ 172 ม.12 บ้านทุ่งพัฒนา ก่อนนำศพไปเผาอำพรางคดีในพื้นที่บ้านโนนตูม ม.6 ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.อนุชัยเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี จึงประสานกำลังตำรวจ บก.ภ.จว.ชลบุรี และสภ.นาจอมเทียน บุกเข้าจับกุมตัวที่ร้านเกมส์คอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง พร้อมรถกระบะอีซูซุ สีดำ ทะเบียน กธ 186 อุดรธานี ของผู้ตาย ก่อนคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.หนองหาน พื้นที่พบศพนายประเจนและนางวันดี ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.อนุชัย กล่าวว่า นายวัลลภให้การว่า เป็นเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตทั้งคู่ โดยมีบ้านอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตเพียง 3 หลัง ทำให้ทราบว่าทั้งคู่มีฐานะดี จึงวางแผนฆ่าชิงทรัพย์ โดยก่อนเกิดเหตุสั่งซื้อยานอนหลับโดมิคุ่มจากทางอินเตอร์เน็ต ก่อนไปรับยาดังกล่าวที่ไปรษณีย์ทุ่งฝน จากนั้นทำทีไปหาผู้ตายทั้งคู่ที่บ้านพัก พร้อมบอกว่า มียาจับเส้นช่วยให้หายเหนื่อยหายเพลีย เมื่อผู้เสียชีวิตทั้งคู่ซึ่งมีอายุมากหลงเชื่อจึงให้ยานอนหลับไปรับประทาน คนละ 1 เม็ด กระทั่งหมดสติไป

พล.ต.ท.อนุชัยกล่าวอีกว่า จากนั้นนายวัลลภใช้สายไฟฟ้ารัดคอผู้ตายทั้งคู่จนเสียชีวิต ก่อนรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน แต่ไม่พบของมีค่าอะไร จึงนำศพของผู้ตายทั้งคู่ขึ้นรถกระบะอีซูซุของผู้ตาย นำศพไปเผาอำพรางคดีในพื้นที่บ้านโนนตูม ก่อนขับรถผู้ตายหลบหนีไปอยู่กับพ่อเลี้ยงใน อ.นาจอมเทียน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามไปจับกุมตัวได้ในที่สุด

หลังแถลง ข่าวเสร็จเจ้าหน้าที่คุมตัวนายวัลลภไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านโนนตูม จุดเผาศพอำพรางคดี และบ้านของ ผู้ตายในพื้นที่บ้านทุ่งพัฒนา ท่ามกลางเสียง สาปแช่งของชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าว ตำรวจต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

สำหรับประวัตินาย วัลลภเคยถูกจับคดีลักรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ สภ.พัทยา และสภ.บางละมุง เมื่อครั้งเป็นเยาวชน ต่อมาปี 2553 ถูกจับคดีเสพยาบ้าที่ สภ.เมืองชลบุรี ปี 1554 ถูกจับคดีลักรถยนต์ที่ สภ.ทุ่งฝน และถูก สน.โคกคราม กรุงเทพฯ จับกุมข้อหาเสพยาบ้าเมื่อปี 2555 กระทั่งมาลงมือก่อเหตุเหี้ยมกับเพื่อนบ้านครั้งนี้

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UWXlPREUwTXc9PQ==&sectionid=