Tag Archives: อ.เมือง

ผช.ผญบ.อุดรฯ มอบตัวหลังยิงลูกชายทาสยาบ้าดับ

ผช.ผญบ.อุดรฯ มอบตัวหลังยิงลูกชายทาสยาบ้าดับ

อุดรธานี 7 เม.ย. – ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านใน อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังยิงลูกชายที่เป็นทาสยาบ้าเสียชีวิต

นายณรงค์ ศรีพวง อายุ 51 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโก่ย หมู่ 2 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี และเป็นอดีตรองนายก อบต.หนองนาคำ เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงนายพรศักดิ์ ศรีพวง อายุ 22 ปี บุตรชาย เสียชีวิตที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านโก่ย เมื่อคืนที่ผ่านมา

นายณรงค์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายเมาเหล้าอาละวาด และข่มขู่ขอเงินจากปู่กับย่า เพื่อนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ เมื่อไม่ได้ก็จับย่าทุ่มลงกับพื้นบ้าน กระทั่งเหลือบเห็นตนกลับมาถึงบ้าน ก็ใช้มีดสปาต้าไล่ฟันตน ก่อนจะหลบหนีออกจากบ้าน ด้วยความโกรธตนจึงไปเอาปืนลูกซองเดินตามหาลูกชาย จนมาพบนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน เมื่อผู้ตายเห็นก็กระโดดลงจากกระท่อมวิ่งหลบหนี ตนจึงยกปืนยิงตามหลังไป 1 นัด หวังข่มขู่ลูกชายเท่านั้น และไม่รู้ว่าลูกชายถูกกระสุนปืนเสียชีวิต เพราะมืดมองไม่เห็น. – สำนักข่าวไทย

http://www.mcot.net/site/content?id=5342852fbe0470e4768b4579#.U0K7fScaySM

Advertisements

‘ผช.ผญบ.’ปืนดุ ซัลโวลูกชายดับ ซดเหล้า-อาละวาด

พ่อสุดจะทน! ลูกซดเหล้าเมาแล้วชอบอาละวาดบ้าน คว้าปืนลูกซองออกตามล่า ก่อนเจอที่ทุ่งนาซัดดับคาที่ ก่อนควบกระบะหลบหนี…

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 6 เม.ย.57 ร.ต.อ.สมิง โถทอง พงส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิตที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านโก่ย หมู่ 2 ต.หนองนาคำ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี พ.ต.ท.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.มานิตย์ แก้วเจริญ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อม แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งเสริมธรรม เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบศพนายพรศักดิ์ ศรีพวง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี สภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ ข้างศพพบมีดแหลมยาวประมาณ 2 ฟุต จากการชันสูตรพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว เข้าบริเวณสะบักหลังข้างซ้าย 1 นัด ศีรษะบริเวณหลังใบหู 1 นัด

จากการสอบสวน นายกันยา ศรีพวง อายุ 86 ปี ปู่ผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายชอบดื่มเหล้าอยู่เป็นประจำ โดยมักจะมาขอเงินปู่กับย่า ซึ่งถ้าไม่ได้ก็จะอาละวาด โดยก่อนเกิดเหตุได้มาขอเงินย่าใช้ แต่ย่าไม่มีให้ จึงได้อาละวาดทุบสิ่งของและพังบ้านย่า กระทั่งช่วงเย็น นายณรงค์ ศรีพวง อายุ 51 ปี พ่อผู้ตายและ ผช.ผญบ. กลับมา เห็นว่าผู้ตายอาละวาดพังบ้าน เลยเกิดอาการโมโหแบกปืนลูกซองไปตามหาผู้ตาย จนกระทั่งพบผู้ตายนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนบนกระท่อมนา เมื่อผู้ตายเห็นพ่อจึงพยายามวิ่งหลบหนี แต่นายณรงค์ได้ยิงเข้าไป 1 นัด แล้วแบกปืนกลับไปบ้าน ซึ่งนายณรงค์ไม่ทราบว่าถูกจุดสำคัญ กระทั่งเพื่อนลูกชายเดินมาบอกว่าลูกชายตาย จึงขับรถปิกอัพหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเร่งนำตัวนายณรงค์ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

http://www.thairath.co.th/content/415095

ลักทรัพย์ที่ตึก 96 ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01EVTBNRE14TURVMU5RPT0=&sectionid=TURNek5RPT0=&day=TWpBeE1pMHdOUzB6TVE9PQ==

วันที่ 30 พ.ค.,สภ. เมืองอุดรธานี ตรวจสอบเหตุลักทรัพย์ที่ตึก 96ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หน้าร.พ.ศูนย์อุดรธานี ถ.เพาะนิยม ต.หมากแข้ง อ.เมือง ที่เกิดเหตุชั้น 3 พบน.ส.สนิท จวนสาง อายุ 37 ปี ให้การว่า มาเยี่ยมญาติที่ป่วยที่ตึกดังกล่าวและนอนเฝ้าอยู่ที่ระเบียงด้านนอกเพลียเผลอหลับไปรู้สึกตัวอีกที พบว่ากระเป๋าสะพายเงินสดกว่า 1 หมื่นบาท สร้อย ทองหนัก 1 บาท มือถือ 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มหายไป ส่วนผู้เสียหายอีก รายชื่อนางสุวรีย์ ทินฤาตรี อายุ 33 ปีถูกขโมยโทรศัพท์มือถือ

นร. 20 คน ดักตบ! สาว ม.5 ปากเก่งในเฟซบุ๊ก

http://m.sanook.com/m/news_detail/1120506/latest/

พ่อพาลูกสาว นักเรียนชั้น ม.5 โร่แจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ถูกเพื่อนนักเรียนกว่า 20 คน รุมตบ คาดสาเหตุจากด่ากันในเฟซบุ๊ค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (29 พ.ค.) นายเอ(นามสมมุติ) อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.17 ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พา น.ส.บี (นามสมมุติ)บุตรสาว นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ว่า เมื่อวานนี้ขณะที่บุตรสาวกำลังกลับบ้าน ได้มีนักเรียนหญิงทั้งในโรงเรียนเดียวกัน และต่างโรงเรียนประมาณ 20 คน มารุมตบตีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ จนต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล

นายเอ กล่าวต่อว่า สาเหตุของการทำร้ายนั้น ทราบว่ามาจากการแชทด่ากันในเฟซบุ๊คและโจมตีกัน ตนไม่คิดว่าเรื่องจะแรงถึงกับต้องมาทำร้ายกันขนาดนี้ ในวันนี้ตนจึงมาแจ้งความเพื่อดำเนินการกับกลุ่มที่รุมทำร้ายลูกสาว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้ โดยจะเรียกกลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุมาสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ล่าสาวจอมฉก100คดี บุกจับเจอเป๋ายี่ห้อดังอื้อ โจรไหวตัวหนีได้อีก

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek9ERXhORGN6TWc9PQ==&subcatid=

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่า ร.ต.ท.ณัฐพงษ์ ส่องโสม นายร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์กระเป๋า มีทรัพย์สินทั้งเงินสดและทองรูปพรรณหายไป ที่ร้านรุ่งนภาซักรีด เลขที่ 49/28 ทางเข้าหมู่บ้านร่มเย็น ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พบ น.ส.รุ่งนภา ชัยประปา อายุ 37 ปี เจ้าของร้านให้การว่า ขณะกำลังทำงานอยู่ในร้าน ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 28-30 ปี รูปร่างผอมสวมเสื้อสีขาวคล้ายเสื้อนักศึกษา เข้ามาสอบถามเรื่องการใช้น้ำยาซักรีดและน้ำยาปรับผ้านุ่มของทางร้าน เพื่อจะได้มาขอใช้บริการด้วยและเดินหยิบเสื้อผ้าที่แขวนไว้ออกมาดม จึงคิดว่าเป็นลูกค้าจริงก็เลยไม่ได้สนใจ ปล่อยให้เดินดูไปเรื่อยๆ จากนั้นก็เดินออกจากร้านขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟสีดำแดง ไม่ทราบทะเบียนออกไป

น.ส.รุ่งนภา ให้การอีกว่า พอหันมาดูอีกทีพบว่ากระเป๋าสะพายแบบผ้ายีนส์สีน้ำเงินได้หายไป ในกระเป๋ามีเงิน 3,020 บาท สร้อยข้อมือทองคำ หนัก 50 สต. 1 เส้น แหวนทองคำ 1 วง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเอกสารประจำตัวจำนวนหนึ่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจนำภาพถ่ายของ น.ส.อมร วะทันติ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์กระเป๋ามาแล้วนับร้อยคดี มีหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.203/2555 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวอยู่ และผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่เพิ่งก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกลักกระเป๋าสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมากทยอยเข้าชี้รูปภาพและยืนยันว่าเป็นคนร้ายลักกระเป๋า

โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้บุกเข้าจับกุมตัวน.ส.อมร ผู้ต้องหาที่บ้านพักของนายวัชรินทร์ บุญรินทร์ อายุ 27 ปี แฟนหนุ่ม ที่ม.14 ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี แต่ น.ส.อมร ไหวตัวทันหลบหนีไปได้ และยึดได้เพียงกระเป๋าของผู้เสียหายส่วนหนึ่งกว่า 30 ใบ ล้วนยี่ห้อดังราคาแพง น.ส.อมร ได้ก่อเหตุลักกระเป๋ามาแล้วนับร้อยคดี โดยใช้อุบายเข้าไปพูดคุยกับเหยื่อจนตายใจ เมื่อเผลอก็ฉกกระเป๋าทรัพย์สินมีค่าหลบหนีไป รวมแล้วได้ทรัพย์สินไปกว่า 1 ล้านบาท

ตร.อุดรฯ ตั้ง 3 ทีมชุดไล่ล่าผู้ต้องหาแหกห้องขัง เผยเมีย 2 คนร่วมวางแผนพาหนี

http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000064987

อุดรธานี – ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ตั้งทีมติดตามจับกุมผู้ต้องหาแหกห้องขัง 3 ชุด พร้อมตั้งกรรมการสอบเอาผิด 2 นายเวรที่ปล่อยปละละเลยหน้าที่ เผยการแหกกรงหนีครั้งนี้ผู้ต้องหามีภรรยา 2 คนมาช่วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายอเนก เงินสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังอยู่ในห้องขัง สภ.เมืองอุดรธานี ใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดลูกกรงเหล็กหลบหนีออกจากห้องขังไปได้นั้น ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ค.) พ.ต.ท.ทวัช นิยมสุข สวป.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ทางผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ตั้งชุดติดตามจับกุม โดยมีตนเป็นหัวหน้าชุด ซึ่งวันนี้ได้เรียกตัว ด.ต.ทองดาว สุนารัตน์ และ ด.ต.ราเชษฐ์ พุ่มแจ้ง สิบเวรห้องขัง สภ.เมืองอุดรธานี ได้มาชี้แจงรายละเอียดในวันเกิดเหตุ และได้สั่งให้ตำรวจทั้ง 2 นายเขียนรายงานชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบภายในวันนี้เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดหรือไม่

พร้อมกันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตำรวจทั้ง 2 นาย นอกจากนี้แล้ว ตำรวจยังได้จัดชุดสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมตัวนายอเนก ออกติดตาม 3 ชุด โดยประสานงานกับชุดสืบสวนสอบสวนของ สภ.เมืองอุดรธานี และ กก.1 สส.ภ.ภาค 4 อุดรธานี ซึ่งเคยจับกุมตัวนายอเนกมาก่อนหน้านี้

พ.ต.ท.ทวัชกล่าวว่า นายอเนกเป็นผู้ต้องหาที่มีคดีและหมายจับของศาลจังหวัดต่างๆ มากมาย เช่น จังหวัดอุตรดิตถ์ 2 หมายจับ ในข้อหายักยอกทรัพย์ รถยนต์ นอกจากนี้ยังมีคดีติดตัวอีกจำนวนมากโดยเฉพาะในคดียักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์รถยนต์ส่งขายให้ขบวนการในประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และคาดหมายว่านายอเนกคงจะไม่หลบหนีไป สปป.ลาวอย่างแน่นอน

สำหรับการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีพยานเห็นรถยนต์มาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ญฒ 7516 กทม.ซึ่งเป็นรถต้องสงสัย มาเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านนาดี ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี หลายครั้ง ทั้งนี้ คาดหมายว่าคนที่นั่งรถเก๋งไปกับนายอเนกนั้นได้แก่ นางกัญทิมา หรือวนิตย์ พระเกษม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263/4 ซ.บ้านหนองเตาเหล็ก ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นคนพานายอเนกหลบหนีไปหลังจากที่แหกห้องขังออกมาได้แล้ว และมีคนพบเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวมาจอดอยู่ที่บริเวณข้างห้องขัง สภ.เมืองอุดรธานีในเวลาที่เกิดเหตุด้วย สำหรับนางกัญทิมานี้ก็มีหมายเรียกของ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี ในข้อหายักยอกทรัพย์ (รถยนต์) เช่นกัน

สำหรับนายอเนก ผู้ต้องหาแหกห้องขัง ตามแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ามีภรรยาถึง 3 คน คือ 1. นางอุบล เงินสุวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.14 ต.เมืองเพีย คนที่ 2 นางกั้ญทิมา พรเกษม และคนที่ 3 ชื่อเล่นว่ากิ๊ฟ ทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งนางกัญทิมา และนางกิ๊ฟ เป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายว่าจะมีส่วนช่วยเหลือนายอเนกให้สามารถแหกห้องขังในครั้งนี้

เพราะในคืนวันเกิดเหตุนางกิ๊ฟได้เข้าไปเยี่ยมนายอเนกตอนตี 3 และสามารถเข้าไปอยู่ในห้องขังกับนายอเนกได้ด้วย พร้อมกันนี้ก็มีพยานในห้องขังที่ติดข้อหาอื่นได้ยืนเสียงเลื่อยตัดเหล็ก จึงชะโงกขึ้นดูก็เห็นมีคน 2 คนใช้ผ้าคลุมแล้วใช้เลื่อยตัดลูกกรง แต่ปรากฏว่าสิบเวรที่เฝ้ายามอยู่กลับไม่ได้ยินเสียง 

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการติดตามตัวนายอเนกให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถจับตัวนายอเนกได้อย่างแน่นอน

ตร.อุดรฯ ขยายผลจับเสี่ยโอเกะ น้าเขย หน.แก๊งชาวลาวลัก จยย.ข้ามโขง

http://www.suthichaiyoon.com/detail/30224

สำนักข่าวเนชั่น 25 พ.ค. 55 – ตร.ขยายผลจับกุม เสี่ยร้านคาราโอเกะ น้าเขย หัวหน้าแก๊งชาวลาวก่อเหตุลัก รถ จยย. ตามหอพัก ส่งข้ามลาว ผู้ต้องสารภาพทำมาแล้ว จนจำแทบไม่ได้ว่าที่ไหน และทั้งหมดกี่คัน ที่ลงมือโจรกรรม

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุล สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตำรวจสืบสวน ควบคุมตัว นายวีระชาติ หรือเสี่ยป๊อก ไชยกอง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 302 ม.2 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาคดี “ลักทรัพย์ในเคหะสถานเวลากลางคืน”(รถจักรยานยนต์) ควบคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามหอพักกว่า 10 แห่ง ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากตำรวจหนองคายแถลงข่าวจับยกแก๊งคนลาว ที่ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ตามหอพัก ในเขต อ.เมืองหนองคาย และ อ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

            หลังจากนั้นตำรวจ ได้ประสานตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ขยายผลถึงคนร้ายที่ชี้เป้า รถจักรยานยนต์ตามหอพัก ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และรอบนอก ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขยของ ท้าวซาย นะคอน อายุ 20 ปี ชาวลาว และเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ โดยจับกุมตัวในร้านตะวันคาราโอเกะ ม.9 บ้านบ่อน้ำ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะเปิดร้านให้นักท่องราตรีใช้บริการ เมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา

            พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุล สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จาการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า มีภรรยาเป็นชาวลาว ชื่อนางปานคำ สีวิไล อยู่กินกันมาได้ปีเศษ จนช่วงเดือนตุลาคม 2554 ท้าวซายฯ ซึ่งเป็นหลานเขยของภรรยาตน เดินทางจาก สปป.ลาว มาเที่ยวหาตนที่ร้านคาราโอเกะ และวางแผนให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ ตระเวนหารถตามหอพัก ซึ่งเป็นคนในพื้นที่คงรู้จักพื้นที่ และทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี ตนจึงตกลงรับงานโดยได้ค่าจ้างคันละ 1,000 บาท ต่อคัน จากนั้นจะขับรถที่โจรกรรมมาได้ขับไปไว้รวมกันที่ทางโค้ง ในซอยสี่ศรัทธา ชุมชนหนองบ่อ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี และหากคืนไหนลักได้จำนวนหลายคัน คนไม่พอที่จะเคลื่อนย้าย ตนจะอาสาเป็นคนขับไปส่งที่ บ.โพนสา ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ด้วย ซึ่งจะได้ค่าจ้างเพิ่มอีก 1,000 บาท เมื่อถึงที่หมายจะมีคนขับรถยนต์มาส่งถึงที่บ้าน

            พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุล ฯ เปิดเผยต่อว่า หลังจากคนร้ายให้การรับสารภาพเป็นหนึ่งในขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งคนร้ายทำมาจนจำแทบไม่ได้ว่าที่ไหนบ้าง และทั้งหมดจำนวนกี่คันกี่ครั้งที่ลงมือโจรกรรม ตามที่คนร้ายจำได้และนำตำรวจทำแผนมี ที่ลานจอดรถบ้านพักเจ้าหน้าที่เทศบาลนครอุดรธานี ถ.ธรรมเจดีย์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 2 คัน อานนท์แมนชั่น ถ.ธรรมเจดีย์ จำนวน 4 คัน หอพักกัลยา ถ.ธรรมเจดีย์ จำนวน 2 คัน

            หอพักลุงตั๋น ถ.ศรีสุข จำนวน1 คัน หอพักศรีวัลย์ ถ.ศรีสุข จำนวน 2 คัน หอพักเรือนวารี ถ.ศุภกิจจรรยา จำนวน 1 คัน หอที่ ถ.ศุภกิจจรรยา จำนวน 2 คัน พิชญ์ธัญญาแมนชั่น ถ.ศุภกิจจรรยา จำนวน 1 คัน ซึ่งที่คนร้ายลงมือก่อเหตุทั้งหมด อยู่ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และหอพักไม่มีชื่อ ซ.คลองสมบูรณ์ 2 ถ.อุดร-เชียงพิณ ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี  จำนวน 1 คัน

            พ.ต.ท.พิชิต เขตสกุลฯเปิดเผยอีกว่า หากประชาชนมั่นใจหรือสงสัยว่าคนร้ายแก๊งดังกล่าว โจรกรรมรถจักรยานยนต์ของตน ตามหอพักตามที่คนร้ายให้การรับสารภาพ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทำแผนประกอบคำรับสารภาพไปแล้วนั้น ให้ติดต่อร้อยเวรเจ้าของคดีที่ตนมาแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานตามวันเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อจะดำเนินคดีเพิ่มเติมให้กับคนร้าย ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ายืนยันกับตำรวจแล้ว 3 ราย