Tag Archives: โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลผ่านศึก

เด้ง ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี สังเวยพิษยาหวัดซูโดฯ

http://www.thairath.co.th/content/edu/253966

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งให้ย้าย ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ไปช่วยราชการที่กระทรวง ขณะที่ตำรวจเร่งล่า “สมชาย แซ่โค้ว” หลังพบว่าได้หลบหนีเข้าไปอยู่ใน สปป.ลาวแล้ว…

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ถึงความคืบหน้ากรณี “ยาซูโดอีเฟดรีน” สารตั้งต้นผลิตยาเสพติด หายจากโรงพยาบาลอุดรธานี โดยนายสมชาย แซ่โค้ว อายุ 41 ปี เภสัชกรชำนาญการ รพ.อุดรธานี ช่วยราชการ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ยังคงหลบหนีคดี ตามหมายจับของศาล จ.อุดรธานี ในข้อเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ, มีไว้เพื่อจำหน่ายยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท, ยักยอกทรัพย์ ยาแก้หวัด “ซูโดอีเฟดรีน” ที่มีสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดตั้งแต่ปี 53-55 จำนวน 7.2 ล้านเม็ด จาก รพ.ศูนย์อุดรธานี โดยการไม่นำยาที่ตรวจรับเข้าคลังยา และทำหลักฐานเท็จส่งไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ซึ่งคดีนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เดินทางมารับสำนวนการสอบสวนไปแล้ว และเรียกผู้บริหารของโรงพยาบาลฯ ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม

โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 เมษายน นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งให้ย้าย นพ.พิชาต เฉลิมดลยุทธนา ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ไปช่วยราชการที่กระทรวงสาธารณสุขโดยมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทาง สนง.สสจ.อุดรธานี จึงเพิ่งแจ้งให้ทาง ผอ.โรงพยาบาลฯ ทราบ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555 โดย นพ.สมศักดิ์ สุจริตพุทธางกูร รอง ผอ.คนที่ 1 คงจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาราชการแทน นพ.พิชาต ที่ถูกคำสั่งย้าย

“ส่วนกรณีของการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง คงเป็นหน้าที่ของกระทรวง ที่จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ขึ้นมา โดยยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ซึ่งบุคคลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่อยู่ในข่ายคณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งขึ้นมา จะต้องเรียกสอบทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมความพร้อมเรื่องของเอกสาร ไว้ให้ทางดีเอสไอ ที่คาดว่าจะขึ้นมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้” นพ.สัญชัย กล่าว

นพ.สัญชัย กล่าวอีกว่า ส่วนยาแก้หวัด ที่มีส่วนผสม “ซูโดเอฟีดรีน” ได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เรียกเก็บคืนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ที่รับผิดชอบมาเก็บรักษาไว้ และมีคณะกรรมการตรวจสอบ ผู้รับผิดชอบดูแลอย่างเข้มงวด

ด้าน พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์  ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า การติดตามจับกุมตัว นายสมชาย แซ่โค้ว เภสัชกรฯ ที่กำลังหลบหนี ตนมอบหมายให้ชุดสืบสวน ติดตามจับกุมตัว โดยมีชุดสืบสวน ตำรวจภาค 4 สนับสนุนอีกชุด ซึ่งล่าสุดข่าวที่ได้รับรายงานมาทราบว่า นายสมชาย ได้หลบหนีเข้าไปอยู่ใน สปป.ลาว แล้ว โดยทางตำรวจได้ประสานงานไปยังด่านเข้า-ออก ทุกแห่ง ให้คอยจับตาดู หากนายสมชาย ปรากฏตัวให้ทำการจับกุมตัวได้ทันที.

Advertisements

ผู้ว่าฯ อุดรธานีห่วงชาวบ้านตาดสูดดมสารเคมีรั่ว

ข่าวสารอุดรธานี

http://www.facebook.com/UdonNews

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/351567.html

อุดรธานี 9 เม.ย.- ผู้ว่าฯ อุดรธานีตรวจเหตุสารเคมีรั่วจากรถบรรทุกพ่วง ชาวบ้านสูดดมไอระเหยต้องเข้า รพ.  ด้าน สสจ.ให้ประชาชนออกห่าง 1 กม. ขณะที่ตำรวจเร่งสอบปากคำคนขับ และประสานบริษัทช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี  พร้อม นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และ พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.อุดรธานี ตรวจสอบอุบัติเหตุรถพ่วงบรรทุกกรดเกลือในพื้นที่บ้านผ่านศึก 3 ตำบลบ้านตาด อ.เมือง บ่ายวันนี้ (9 เม.ย.) หลังเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลออกจากถังและมาจอดพักรถอยู่บริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ชาวบ้านมีอาการหายใจไม่สะดวก คลื่นไส้ และถูกนำส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตาด

นพ.สัญชัย กล่าวว่า สารดังกล่าวไม่ติดไฟ เป็นสารใช้ผลิตน้ำยาล้างห้องน้ำ แต่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ หากสัมผัสจะเกิดอาการระคายเคืองผิวหนัง และเป็นอันตรายต่อกระเพาะหากดื่มเข้าไปในร่างกาย  ซึ่งมีชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุสูดดมสารเข้าไปแล้วเกิดอาการคลื่นไส้ วิงเวียน คอแห้ง และเข้ารักษาอาการเบื้องต้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลผ่านศึก 10 คน ทางโรงพยาบาลได้นำหน้ากากมาแจกชาวบ้าน และให้ประชาชนย้ายออกไปไกลที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม.

พ.ต.อ.โกวิท  กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงนำปูนขาว ทราย แกลบ และดิน วางไว้ใต้รถเพื่อซับสารที่รั่วออกมา และหยุดฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้สารไหลลงสู่แหล่งน้ำ รวมทั้งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำคนขับรถบรรทุก และชาวบ้านที่มีอาการเจ็บป่วยจากสารเคมีรั่ว เพื่อจะได้ดำเนินการกับบริษัทจ่ายค่าเยียวยารักษาให้ชาวบ้าน

ด้านนายสมบัติ ทับทิม อายุ 43 ปี  คนขับรถพ่วงให้การว่า ขับรถมาจากบริษัทในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ บรรทุกสารเคมี 30 ตัน เพื่อไปส่งยังโรงงานในประเทศลาว โดยมีรถขับรถออกมา 3 คัน ตั้งแต่เช้าวานนี้ (8 เม.ย.) และมาถึง จ.อุดรธานี พื้นที่บ้านผ่านศึก 3 ซึ่งเป็นบ้านภรรยาของเพื่อนคนขับรถด้วยกันเพื่อมาพักรถเพราะเป็นวันอาทิตย์ ก่อนจะข้ามไปลาว โดยเริ่มได้กลิ่นสารโชยมาตอนเช้า จึงออกมาดูพบว่าสารเคมีรั่วและน็อตยึดรอบถังหลุดไป 1 ตัว  จึงรีบแจ้งบริษัท พร้อมถอยรถออกจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร และแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ให้มาช่วยเหลือ ส่วนรถอีก 2 คัน ขับไปส่งสินค้าที่ฝั่งลาวแล้ว.-สำนักข่าวไทย

รถขนสารเคมีรั่วกลางเมืองอุดร ระดมกำลังกู้ภัยหวั่นลงแหล่งน้ำ

ข่าวสารอุดรธานี

http://www.facebook.com/UdonNews

http://m.thairath.co.th/content/region/251894

รถบรรทุกสารเคมี “กรดเกลือเข้มข้น” รั่วไหลในหมู่บ้านตัวเมืองอุดรธานี เกิดควันคละคลุ้งส่งกลิ่นเหม็น กัดถนนทะลุ ต้นไม้ใบหญ้าไหม้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านกว่า 10 รายวิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน ส่งรักษาโรงพยาบาลเป็นการด่วน รถดับเพลิงระดมน้ำฉีดระหว่างอุดรอยรั่ว แต่ไม่สามารถทำได้ ล่าสุดหยุดฉีดน้ำแล้ว หวั่นสารไหลลงแหล่งน้ำ ต้องใช้ปูนขาว-ทรายกลบคุมสถานการณ์เบื้องต้น…

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 เม.ย. 2555 เกิดเหตุรถบรรทุกสารเคมี ที่นำมาจอดภายในหมู่บ้านผ่านศึก 3 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เกิดรั่วไหลบนถนน ทำให้เกิดมีควันและกลิ่นของก๊าซกระจายไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านแสบคอจมูก วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจติดขัดจำนวนกว่า 10 ราย  และต่างหวาดวิตกเกรงว่าสารเคมีจะมีการรั่วไหลเป็นอันตรายต่อชาวบ้านในวงกว้าง

กระทั่ง นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นพ.สาธารณสุข จ.อุดรธานี  พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.อุดรธานี และ พ.ต.ต.ชัยชิต โอ่งกลาง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบรถพ่วงบรรทุก 22 ล้อซึ่งบรรทุกสารเคมี ของบริษัทออนไทม์ ทรานสปอร์ต จำกัด ทะเบียน 70-4545 พระนครศรีอยุธยา ทะเบียนหางพ่วง 70-3053 นนทบุรี จอดอยู่ข้างทาง โดยสารเคมีกำลังรั่วออกจากส่วนท้ายของตัวพ่วงซึ่งเป็นถังกลมขนาดใหญ่ ข้างท้ายรถเขียนว่า สารกัดกร่อน HYDROCHLORIC ACID หรือกรดเกลือเข้มข้น

ทั้งนี้ กรดเกลือดังกล่าวได้หยดลงบนถนน ทำให้ถนนที่ราดด้วยแอลฟัลท์ทะลุเป็นรู เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่ว และสารเคมีบางส่วนได้ไหลลงข้างทางจนทำให้ใบไม้ต้นไม้ที่อยู่ข้างทางไหม้ไปทั่วบริเวณ ด้านเจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนไม่ให้รถสัญจรผ่าน ขณะที่รถดับเพลิงจากทางเทศบาลตำบลบ้านจั่น อบต.บ้านตาด และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 14 จำนวน 5 คัน เข้าระดมฉีดน้ำเลี้ยงให้กรดเกลือเจือจางลง โดยไม่สามารถอุดรั่วบนตัวถังรถได้ ซึ่งขณะระดมน้ำเจ้าหน้าที่ฉีดต้องใส่หน้ากากป้องกันควันพิษ

ขณะที่ นายสมบัติ ทับทิม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 5 ต.ค้อน้อย อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี คนขับรถบรรทุก กล่าวว่า ได้ขับรถบรรทุกสารเคมีมาจากบริษัท สยาม พีวีเอส จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ จำนวน 30 ตัน เพื่อไปส่งยังโรงงานใน สปป.ลาว โดยขับรถออกมา 3 คัน ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ และแวะมาพักที่บ้านผ่านศึก 3 ซึ่งเป็นบ้านของภรรยาเพื่อนที่ขับรถมาพร้อมกันเพื่อพักรถ ก่อนเดินทางไปส่งในวันจันทร์นี้ ส่วนรถอีก 2 คันได้เดินทางไปล่วงหน้าแล้ว  จนมาพบว่าสารเคมีได้รั่วไหลออกจากถังบรรจุเมื่อคืนที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์แจ้งให้ทางบริษัททราบ รวมถึงแจ้งให้ทาง อบต.บ้านตาด ได้ส่งรถดับเพลิงมาฉีดน้ำเลี้ยงไว้ ระหว่างรอรถอีก 2 คันที่กลับจากฝั่งลาวมาถ่ายสารเคมีออกจากรถ

ด้าน นพ.สัญชัย เปิดเผยว่า สารดังกล่าวไม่ติดไฟ เป็นสารตั้งต้นในการผลิตน้ำยาล้างห้องน้ำ มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ถ้าสัมผัสจะมีการระคายเคืองผิวหนัง หากดื่มกินจะกัดกระเพาะ ซึ่งในขณะนี้ มีชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้สูดดมสารเข้าไปมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน และคอแห้ง เข้าไปรักษาอาการเบื้องต้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลผ่านศึก 10 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้นำหน้ากากมาแจกชาวบ้าน และให้ประชาชนย้ายออกไปไกลที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม.

พ.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงเอาปูนขาว ทราย แกลบ และดิน วางไว้ใต้รถเพื่อซับสารที่รั่วออกมา และหยุดฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้สารไหลลงสู่แหล่งน้ำ ด้านคดีความได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำคนขับรถบรรทุก และชาวบ้านที่มีอาการเจ็บป่วยจากสารเคมีรั่ว เพื่อจะได้ดำเนินการสั่งให้บริษัทจ่ายค่าเยียวยารักษาให้ชาวบ้านต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางเทศบาลนครอุดรธานี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญไปร่วมควบคุมสารเคมีที่ยังคงไหลออกจากรถตลอดเวลา โดยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำทรายมาเทใต้ท้องรถบริเวณสารเคมีหยดลงมา และหยุดฉีดน้ำหล่อเลี้ยง เพื่อป้องกันสารดังกล่าวไหลลงสู่ลำห้วยข้างทาง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำบ้านจั่น ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 4 กม. และเกรงว่าสารดังกล่าวจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำที่ใช้ทำน้ำประปาของกำลังพลของกองบินที่ 23 และ มทบ.24 อุดรธานี.